ภายใต้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

ดร.ธนธรรศ สนธีระ

กสอ. ชี้ยุคทองอุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทย

อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

นายอาทิตย์ วุฒิคะโร

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เร่งส่งเสริมขีดความสามารถและทักษะทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) แก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทยทั่วทั้งประเทศ 762 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ผลิตเครื่องสำอางขนาดเล็กประมาณ 520 ราย ขนาดกลาง 220 ราย และธุรกิจขนาดใหญ่ 22 ราย ให้ปรับเปลี่ยนวิธีการประกอบธุรกิจสู่ตลาดออนไลน์ รับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในยุคดิจิทัล หลังพฤติกรรมผู้บริโภคส่วนใหญ่ทั้งในประเทศและทั่วโลก หันมาช็อปปิ้งผ่านระบบอินเตอร์เน็ตมากขึ้น

นายอาทิตย์ วุฒิคะโร อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กล่าวว่า นโยบาย ดิจิทัล อีโคโนมี (Digital Economy) เป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม จึงได้เดินหน้าส่งเสริมการนำเอาสื่อดิจิทัลเข้ามาใช้เป็นเครื่องมือ ในการขับเคลื่อนธุรกิจโดยเฉพาะกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่พบว่าส่วนใหญ่ยังขาดความเชี่ยวชาญ ในการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) มาปรับใช้ในธุรกิจได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากขาดความรู้ ความเข้าใจ และทักษะการใช้ประโยชน์ ดังนั้น เพื่อเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการใช้ประโยชน์จาก ICT คลัสเตอร์เครื่องสำอางไทย (ThaiCosmeticCluster) ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐ และเอกชน ทั้งทางด้านวิชาการ การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ การค้า และการลงทุน โดยเป็น 1 ใน 68 คลัสเตอร์กลุ่มอุตสาหกรรม ซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยการผลักดันของ กสอ. จึงได้เร่งดำเนินการสร้างความพร้อมให้แก่กลุ่มผู้ประกอบการ ให้มีศักยภาพในการดำเนินธุรกิจได้เติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการใช้ระบบ ICT ซึ่งสอดคล้องกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในยุคดิจิทัล รับกระแสความเปลี่ยนแปลงการดำเนินธุรกิจในอนาคต รวมทั้งเพื่อให้สามารถรับมือกับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) อย่างเต็มรูปแบบในปลายปีนี้

กรรมการผู้จัดการบริษัทสยามเนเชอร์รัล โปรดักซ์ จำกัด

ดร.ธนธรรศ สนธีระ

จากการสำรวจพฤติกรรมการใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์กของคนไทย พบว่า คนไทยใช้แอปพลิชั่นไลน์ (LINE) สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากประเทศญี่ปุ่น โดยมีจำนวนผู้ใช้งานมากถึง 33 ล้านราย ใช้เฟซบุ๊ก(Facebook) สูงเป็นอันดับ 9 ของโลก โดยมีจำนวนผู้ใช้งาน 28 ล้านราย ใช้ทวิตเตอร์ (Twitter) 4.5 ล้านราย และใช้อินสตาแกรม (Instagram) 1.7 ล้านราย

จากสถิติดังกล่าว ประกอบกับวิถีชีวิตคนปัจจุบันที่มีเวลาออกไปเดินซื้อสินค้าน้อยลง จึงชี้ให้เห็นว่าหากผู้ประกอบการไทยปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจ โดยนำเอาระบบ ICT เข้ามาปรับใช้สู่ตลาดออนไลน์ จะช่วยให้ประสบความสำเร็จทางธุรกิจมากขึ้นกว่าเดิมไม่น้อยกว่า ร้อยละ 30-40 ขณะเดียวกันเมื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างสมบูรณ์ การแข่งขันในตลาดเสรีย่อมทวีความรุนแรงมากขึ้น ดังนั้น ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมทุกประเภท จึงจำเป็นต้องเตรียมพร้อมในหลายด้าน ทั้งด้านต้นทุนการผลิตนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์ ด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานและปลอดภัย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย

ทั้งนี้ ปัจจุบันเครื่องสำอางเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคมากขึ้น เนื่องจากคนไทยส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพและความงาม ส่งผลให้อุตสาหกรรมเครื่องสำอางมีมูลค่าตลาดเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยธุรกิจเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผม ผลิตภัณฑ์สำหรับใบหน้า ผลิตภัณฑ์สำหรับร่างกาย เครื่องหอม และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนั้น มีมูลค่ารวมทางเศรษฐกิจกว่า 2 แสนล้านบาท แบ่งเป็นตลาดในประเทศประมาณ 1.2 แสนล้านบาท หรือร้อยละ 60 และตลาดส่งออกกว่า 8 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น ร้อยละ 40 ของมูลค่ารวมทางเศรษฐกิจของธุรกิจ โดยขณะนี้เครื่องสำอางไทยครองส่วนแบ่งตลาดอาเซียนเป็นอันดับหนึ่งถึง ร้อยละ 40 เนื่องจากอุตสาหกรรมเครื่องสำอางของไทยแมีความได้เปรียบในด้านวัตถุดิบ ความชำนาญและคุณภาพผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากภูมิปัญญา

ด้าน ดร.ธนธรรศ สนธีระ กรรมการผู้จัดการบริษัทสยามเนเชอร์รัล โปรดักซ์ จำกัด เจ้าของสกินแคร์ แบรนด์สโนว์เกิร์ล (Snow Girl) กล่าวว่า การนำ ICT มาปรับใช้ในธุรกิจถือว่าเป็นประโยชน์อย่างมาก จากที่ก่อนหน้า 4-5 ปีก่อน ทางบริษัทจะเน้นส่งขายในร้านสะดวกซื้อ และมีหน้าร้านอยู่ตามห้างสรรพสินค้าเพียงเท่านั้น ทำให้การเข้าถึงของผู้บริโภคไม่มากพอ แต่หลังจากนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการดำเนินธุรกิจ โดยขณะนี้บริษัทได้ทำเว็บไซต์ www.snowgirljapan.com สำหรับประชาสัมพันธ์ แจ้งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ แก่ผู้บริโภค นอกจากนี้ยังมีช่องทางอื่นๆ อาทิ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นช่องทางในการสื่อสารพูดคุยกับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ยอดขายโดยรวมเพิ่มขึ้นถึง ร้อยละ 30 ทั้งนี้ นอกจากประโยชน์ด้านการสื่อสารแล้ว ข้อดีของเทคโนโลยีออนไลน์คือผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง จึงช่วยให้การขยายฐานลูกค้าไปยังต่างประเทศทำได้โดยง่ายมาก โดยขณะนี้บริษัทมีฐานลูกค้าจากประเทศเพื่อนบ้านทั้งกัมพูชา เมียนมาร์ สปป.ลาว และในอนาคตก็ได้ตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าไปสู่ประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนต่อไป

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

Thai Cosmetic Cluster
Thai Cosmetic Cluster คลัสเตอร์เครื่องสำอางไทย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายอาทิตย์ วุฒิคะโร เครื่องสำอางไทย นายสมประสงค์ พยัคฆพันธ์ เครื่องสำอาง อุตสาหกรรมเครื่องสำอาง AEC คลัสเตอร์เครื่องสำอาง ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เอสเอ็มอี ตลาดเครื่องสำอาง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ซัปพลายเออร์ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ โอทอป ตลาดไทย ผู้ประกอบการเครื่องสำอาง ธุรกิจเครื่องสำอาง นายกอบชัย สังข์สิทธิ์สวัสดิ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม การสร้างเครือข่าย กสอ. MOU Clustrer Cluster Development Industrial Cluster Development NCC Nation Committee on Competitive Advantage พัฒนาเศรฐกิจ คลัสเตอร์ กลุ่มอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ตลาดอาเซียน ธุรกิจเครื่องสำอางของไทย มาตรฐานสากล การตลาด นวัตกรรม เครื่องสำอางของอาเซียน นายสิระ หล่อทรัพย์ Vision Mission การขยายธุรกิจ OEM บริษัทสยามเนเชอร์รัล โปรดักซ์ จำกัด ดิจิทัล อีโคโนมี ดร.ธนธรรศ สนธีระ กรมใส่งเสริมการส่งออก อาเซียน Digital Marketing for SMEs สัมมนาเชิงปฏิบัติการ เออีซี รองประธานคลัสเตอร์เครื่องสำอาง การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ การพัฒนาทางด้านนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องหอม ผลิตภัณฑ์เส้นผม ผลิตภัณฑ์ใบหน้า ผลิตภัณฑ์ร่างกาย ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทย ก่อตั้งคลัสเตอร์เครื่องสำอาง ผลผลิตการเกษตร นายบุญชู สมบูรณ์ศักดิกุล สมุนไพรไทย วิจัย โรงงานเครื่องสำอาง ประธานกลุ่มคลัสเตอร์เครื่องสำอางไทย ผลิตบรรจุภัณฑ์